BLOG

ผลสำรวจเผย “ห้องน้ำ” ทำให้ชาวต่างชาติเลือกกลับไปเยือนญี่ปุ่นอีกรอบ

ผลสำรวจเผย “ห้องน้ำ” ทำให้ชาวต่างชาติเลือกกลับไปเยือนญี่ปุ่นอีกรอบ

ผู้ผลิตสุขภัณฑ์ชื่อดังของญี่ปุ่นแบรนด์ TOTO เปิดเผยผลสำรวจที่ทำให้เราได้รู้ว่า ความสะดวกสบายในการใช้ห้องน้ำสาธารณะเนี่ยแหละที่เป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยทำให้ชาวต่างชาติตัดสินใจกลับมาเยือนประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

ทาง TOTO จัดทำแบบสอบถามซึ่งมีคำถามที่ว่า “ถ้าที่สถานที่ท่องเที่ยวมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบไหน จะทำให้คุณตัดสินใจกลับไปเยือนอีกครั้งได้ง่าย” ก็ทำให้ได้ทราบผลว่า มีผู้เลือกคำตอบที่ว่า “ห้องน้ำสว่างและไม่เหม็น” ถึง 45.3% เป็นเหตุผลอันดับ 2 เป็นรองเพียงแค่ปัจจัยเรื่อง Free WIFI เพียงเท่านั้น และดูเหมือนจะมีความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวมากกว่าปัจจัยเรื่องป้ายบอกภาษาต่าง ๆ หรือวิธีชำระเงินที่หลากหลายเสียอีก นอกจากนี้ในส่วนของคำถามที่ว่าต้องการอยากให้มีฝารองนั่งระบบไฟฟ้าชำระล้างด้วยน้ำอุ่นหรือไม่มากกว่าครึ่งก็ได้คำตอบว่า “ใช่ อยากได้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย

 

ห้องน้ำซึ่งหลายคนมักมองข้าม แต่ที่จริงแล้วถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ที่ช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นก็คงรู้ดีว่าห้องน้ำที่ประเทศญี่ปุ่นสะอาด และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ค่อนข้างครบครัน จึงไม่แปลกเลยที่ห้องน้ำจะกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะติดอกติดใจอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า    UFABET เว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. ผลสำรวจเผย คุณพ่อญี่ปุ่นใช้เวลาอยู่กับลูกในวันธรรมดาน้อยที่สุด!!
  2. ผลสำรวจเผย เช้าวันจันทร์คือช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นมีแนวโน้มฆ่าตัวตายสูงที่สุด
  3. ผลสำรวจเผย ชาวญี่ปุ่น 40% อยากเปลี่ยนงานเมื่อต้องกลับไปทำงานหลังหยุดยาว
  4. วิกฤติขยะ! กวางในจังหวัดนาราพากันล้มตาย เหตุกินถุงพลาสติกเพราะคิดว่าเป็นอาหาร

อากาศร้อนๆ ก็ต้องน้ำแข็งไส! 5 ร้านน้ำแข็งไสยอดนิยมประจำปี 2020 ที่ไอจิ!

อากาศร้อนๆ ก็ต้องน้ำแข็งไส! 5 ร้านน้ำแข็งไสยอดนิยมประจำปี 2020 ที่ไอจิ!

“คาคิโกริ” หรือก็คือน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่น เป็นเมนูของหวานยอดนิยมตลอดกาลในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่น วันนี้จะพาไปที่ไอจิ จังหวัดเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยร้านที่จะแนะนำนอกจากจะมีน้ำแข็งไสที่เลื่องชื่อแล้ว ยังมีเมนูกาแฟที่ขึ้นชื่อสำหรับคนที่ไม่ชอบของหวานอีกด้วย จะอร่อยแค่ไหน ไปดูกันเลย

ร้าน Bois Vert Terre: เครื่องปรุงรสญี่ปุ่น

น้ำแข็งไสที่นี่ไม่เหมือนใครตรงที่ใช้เครื่องปรุงรสแบบญี่ปุ่น เช่น มิโซะและมิริน เป็นส่วนผสมของตัวน้ำแข็งไส เครื่องปรุงเหล่านี้ดีต่อสุขภาพและทำให้น้ำแข็งไสอร่อยอย่างคาดไม่ถึง ที่ร้าน Bois Vert Terre (เขตมิซูโฮเมืองนาโกย่า) มีน้ำแข็งไสที่ไม่เหมือนใครให้เลือกรสชาติ ได้ถึง 8 หรือ 9 ชนิด สามารถเลือกผสมรสชาติที่อยากชิมได้อย่างสนุกสนาน

 

เมนูแนะนำของร้านนี้คือ “Della Miso” (ราคารวมภาษี 880 เยน) ซึ่งใช้น้ำเชื่อมที่เป็นส่วนผสมของฮัทโชะมิโสะ (Hatcho Miso) มิโสะธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของไอจิ ผสมกับนมข้น โดยรสชาติเข้มข้นของฮัทโชะมิโสะเป็นตัวช่วยเพิ่มความหวานซึ่งเข้ากันได้ดีกับครีมชีสและส้มยูซุดิบที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ

ร้าน Bois Vert Terre
ที่อยู่: 1-32 Mizuhodori, Mizuho-ku, Nagoya-shi, Aichi
โทรศัพท์: 052-858-2275
เวลา: 11:00-18:00
วันหยุด: วันหยุดไม่สม่ำเสมอ

ร้าน Cafe&Bar Holy (ホーリー): น้ำแข็งไสที่มีรสมึนเมา

น้ำแข็งไสของร้าน Café&Bar ได้คิดค้นสูตรที่ผสมเหล้าหรือสาเกลงไป หลายคนชอบที่จะดื่มแอลกอฮอล์แช่เย็นก่อนรับประทานอาหารเพราะรู้สึกว่าจะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยขึ้น ที่ร้าน Cafe & Bar Holy (เขตเมโต เมืองนาโกย่า) มีกาแฟที่ชงด้วยเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซและเหล้ารัมประมาณ 80 ชนิด นอกจากเหล้าแล้ว เจ้าของร้านที่หลงใหลในน้ำแข็งไสก็ได้คิดค้นเมนูน้ำแข็งไสที่ผสมเหล้าและสาเกญี่ปุ่นตามแบบฉบับร้านด้วยตัวเอง

 

สำหรับน้ำแข็งไสที่ผสมกาแฟสำหรับผู้ใหญ่ (1,100 เยนรวมภาษี) จะใช้เหล้ากาแฟ “Batron XO Cafe” ที่ทำจากเตกีล่า มีกลิ่นหอมหวานและรสแห้งที่ช่วยระงับความหวาน ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับน้ำตาล 4 ชนิดที่เป็นน้ำเชื่อมข้นและนมข้นแห้ง น่าเสียดายที่เป็นเมนูลิมิเตทถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ก็ได้แต่หวังว่าร้านจะเอาเมนูนี้กลับมาใหม่หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น พวกเราจะได้ไปลิ้มลองกันได้

ร้าน Cafe & Bar Holy
ที่อยู่: 1F, Kopo Koike, 436 Koike-cho, Meito-ku, Nagoya, Aichi
โทรศัพท์: 052-725-8139
เวลา: 18:00-24:00
วันหยุด: วันอาทิตย์และวันจันทร์

ร้าน CAFE SabuHiro (サブヒロ): เย็นเป็นน้ำแข็งขั้วโลก

น้ำแข็งไสรูปลักษณ์เรียบง่ายคงสไตล์ของคาคิโกริแบบดั้งเดิม แต่อัดแน่นไปด้วยผลไม้และส่วนผสมอื่นๆ ที่ทำอย่างพิถีพิถัน อร่อยจนอยากกินซ้ำแล้วซ้ำอีก ที่ร้าน CAFE Sabu Hiro (เขตเมโช เมืองนาโกย่า) ได้คิดค้นเมนูน้ำแข็งไสที่ใช้น้ำเชื่อมโฮมเมดที่ทำจากผลไม้ตามฤดูกาล นอกจากความหวานที่ได้มาจากผลไม้ที่คัดสรรมาอย่างดี ตัวเนื้อน้ำแข็งไสก็อร่อยจนละลายในปาก

 

เมนูแนะนำคือ น้ำแข็งไสลูกพีชทั้งลูก (3,600 เยนรวมภาษี) ซึ่งเป็นเมนูเฉพาะเดือนสิงหาคมตามฤดูกาลของพีชนั่นเอง ทางร้านใช้ลูกพีชเกรดเอ ความสดของพีชทำให้ตัวน้ำแข็งไสได้ความหวานจากธรรมชาติ และยังมีเนื้อพีชประดับบนน้ำแข็งไสอีกด้วย

ร้าน CAFE SabuHiro
ที่อยู่: Saito Building 1F, 2-55, Meisho-ku, Nagoya, Aichi Prefecture
โทรศัพท์: 05 2-704-0788
เวลา: 9:00-18:00 น. วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิดตั้งแต่ 7:30 น. เป็นต้นไป
วันหยุด: วันอังคาร

ร้าน Sweets+Kitchen ARI3 (アリサン): น้ำแข็งที่มีประกายระยิบระยับ

คาคิโกริที่สวยงามจนหน้าหลงใหล ไม่เพียงน้ำเชื่อมที่ช่วยเพิ่มสีสันสดใสให้กับน้ำแข็งไส ยังมีโฟมที่ประดับสวยงามบนตัวคาคิโกริด้วย และก็มีผลไม้มากมายช่วยเพิ่มรสชาติ ทำให้นอกจากจะหน้าตาสวยหน้าแชะภาพแล้วยังอร่อยด้วย ที่ร้าน Sweets+Kitchen ARI3 (เมืองคาซึไก จังหวัดไอจิ) น้ำแข็งไสที่นี่มีเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงขนมชั้นสูง ออกแบบโดยเจ้าของที่ฝึกฝนเป็นเชฟจากโรงแรมอิมพีเรียล

 

 

เมนูพีชพิสตาชิโอชีสและเฟรมบอยส์ มีชื่อย่อก็คือ P.P.C.F (1,650 เยนรวมภาษี) เป็นน้ำแข็งไสที่ออกแบบพิเศษเฉพาะหน้าร้อนนี้ ประกอบไปด้วยน้ำเชื่อมที่ทำจากส่วนผสมหลายอย่างมีสีสันสดใสสวยงาม ทางร้านจะนำลูกพีชที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาหมัก โดยความหวานจากลูกพีชและความเปรี้ยวระดับปานกลางจากการหมักนั้นเข้ากันอย่างลงตัว

ร้าน Sweets+Kitchen ARI3
ที่ตั้ง: 6-8 Rokugenya-cho, Kasugai-shi, Aichi
โทรศัพท์: 0568-29-8325
เวลา: 10:00-18:00
วันหยุด: วันอังคารและวันพุธที่สามของเดือน

ร้าน Iriguchiya: ร้านที่ขายชาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

น้ำแข็งไสรสขมสดชื่นและกลิ่นหอมเข้มข้น ทางร้านเป็นร้านที่จำหน่ายชาญี่ปุ่นจากไร่ขึ้นชื่อ ที่มอบความอร่อยและล้ำลึกของชาญี่ปุ่นให้กับคาคิโกริ โดยเจ้าของคนปัจจุบันได้นำร้านมิโซะที่เดิมเป็นกิจการของคุณปู่ของเขามาปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นร้านชาญี่ปุ่น Iriguchiya

 

เมนูที่แนะนำก็คือ อินาริยามะ (950 เยนรวมภาษี) น้ำแข็งไสที่ตั้งชื่อตามภูเขาอินาริซึ่งเป็นเนินเขาในนิชิโอะที่มีไร่ชาเรียงราย เมนูนี้ใช้นิชิโอะมัทฉะที่มีรสขมเล็กน้อย ผสมกับความหวานของนมและถั่วคินโทกิ

ร้านชาญี่ปุ่น Iriguchiya
ที่อยู่: 1-92-2 Iwanametocho, Handa-shi, Aichi
โทรศัพท์: 0569-23-7100
เวลา: 9:00-17:00 วันหยุด: วันพุธ

ช่วงวันหยุดหน้าร้อน หากเป็นในสถานการณ์ปกติผู้คนจะไปออกไปเที่ยวเล่น เพราะเป็นทั้งวันหยุดปิดเทอมของนักเรียนและนักศึกษา และยังมีวันหยุดมากมายในช่วงนี้อีกด้วยค่ะ คาคิโกริยังเป็นเมนูดั้งเดิมแสนอร่อยที่คนญี่ปุ่นไม่พลาดแน่นอนในช่วงที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ แต่ปีนี้อาจจะพิเศษตรงที่เราควรเที่ยวแบบ New Normal โดยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันทั้งตัวเองเราเองและคนที่รัก ไม่ว่าผู้อ่านจะอยู่ที่ญี่ปุ่นหรือประเทศไทย หรือที่ใดก็ตาม ก็ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ UFABET เว็บตรง

5 ออนเซ็นยุคเอโดะที่ได้รับคะแนนความนิยมมากที่สุดในแถบคันโต!

5 ออนเซ็นยุคเอโดะที่ได้รับคะแนนความนิยมมากที่สุดในแถบคันโต!

คนไทยหลายคนก็เริ่มชินกับการแช่ออนเซ็น บางคนก็ต้องบอกเลยว่าเป็นความชอบเลยทีเดียว ถ้านึกถึงออนเซ็น ผู้อ่านมีสถานที่ในใจที่ไปแล้วชอบ หรือว่าปักหมุดไว้ว่าครั้งหนึ่งต้องไปให้ได้ไหมคะ ทางเราเองก็มี 5 ออนเซ็น ที่อยากจะแนะนำ โดยออนเซ็นทั้งหมดได้รับการแนะนำจากนิตยสารเก่าแก่ชื่อดังที่ถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว ว่าเป็นออนเซ็นในแถบคันโตที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด จะสวยและดีอย่างไง ไปอ่านกันเลยค่ะ

Ashinoyu (芦之湯) จังหวัดคานากาวะ

 

เป็นบ่อน้ำพุร้อน 1 ใน 97 แห่งทั่วประเทศ จากการคัดสรรบ่อน้ำพุร้อน 3000 แห่งทั้วประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม กำหนดพื้นที่น้ำพุร้อนที่มีประสิทธิภาพในการเกิดน้ำพุร้อนและสามารถใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด และยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในฮาโกเน่อีกด้วย

คุณภาพของออนเซ็นแห่งนี้ เป็นน้ำพุร้อนกำมะถันที่เป็นกลางเพียงแห่งเดียวในฮาโกเน่ มีข้อบ่งชี้หลายประการว่าเหมาะแก่การแช่เพื่อพักฟื้นร่างกาย และได้รับการยืนยันว่าสามารถบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนังได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีความคิดเห็นว่าน้ำพุร้อนที่มีส่วนผสมของกำมะถัน อาจส่งผลที่ไม่ค่อยดีต่อผู้ที่มีผิวหนังอ่อนแอหรือผู้สูงอายุที่ติดเชื้อที่ผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์หากตัวเรามีข้อบ่งชี้ดังกล่าวก่อนไปแช่น้ำพุร้อนที่ Ashinoyu

 

Yugawara Onsen ตั้งอยู่ติดกับจังหวัดชิสึโอกะและริมเขตแดนแถวอาตามิที่มีธรรมชาติที่สวยงาม บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีประวัติอันยาวนาน เป็นที่รู้จักกันในนาม รีสอร์ทน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักวรรณกรรมชื่อดังระดับตำนาน เช่น นัทสึเมะ โซเซกิ หรือ อะกิโกะ โยะซาโนะ

น้ำพุร้อนของที่นี่เป็นน้ำพุเกลือที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ในปัจจุบันนักวิชาการจะใช้ค่าวัดเปรียบเทียบจากน้ำพุเกลือเป็น น้ำพุคลอไรด์ หรือจะเรียกว่า น้ำร้อน ก็ได้ เนื่องจากค่าของเกลือจะเคลือบผิวของคุณให้รู้สึกอุ่นและสบายตัวโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เป็นออนเซ็นจุดหมายปลายทางของหลายๆ คนเลยก็ว่าได้

 

เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนากาโนะ ตั้งอยู่แถวทะเลสาบสุวะ (諏訪湖) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องงานเทศกาลดอกไม้ไฟที่สวยงาม โดย KamiSuwa Onsen ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลสาบ มีน้ำพุร้อนผุดต่อวัน วันละ 15,000 กิโลลิตร ค่อนข้างมีชื่อเสียงอย่างมาก มีแม้กระทั่งน้ำพุร้อนสำหรับแช่เท้าบริเวณชานชาลาของสถานีคามิสุวะ นอกจากนี้ยังมีโรงอาบน้ำออนเซ็นหลายแห่ง และ Katakurakan (片倉館) โรงอาบน้ำสาธารณะที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยโชวะ และได้รับเลือกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

น้ำพุร้อนแห่งนี้ เป็นน้ำพุร้อนที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ไม่มีสี โปร่งใส สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดจากความเครียด เช่น การนอนไม่หลับและภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ทิวทัศน์ของทะเลสาบสุวะสวยงามเป็นอย่างมาก เหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง

 

นาสุออนเซ็น อยู่ด้านใต้สุดของแถบภูเขาไฟนาสุ ที่เชิงเขานาสุดาเกะ เมื่อมองไปทางทิศเหนือจากภูเขานาสุ จะสามารถเห็นภูเขาบันได ภูเขาซาโอะ ภูเขาอิวาเตะ ภูเขาฮาจิมันไต และภูเขาอีกมากมายทอดผ่านแถบตะวันออกเฉียงเหนือเรียงกันสวยงาม โดยออนเซ็นนาสุรวมอยู่ในอุทยานแห่งชาตินิกโก และยังได้รับการชื่นชมว่ามีความสวยงามมากอันดับต้นๆ เลยทีเดียว บริเวณเดียวกันกับออนเซ็นนาสุ จะมีหมู่บ้านน้ำพุร้อนที่ออนเซ็นผุดขึ้นมาจากธรรมชาติหลายแห่งจากเชิงเขานาสุดาเคะ เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่

น้ำพุร้อนแห่งนี้ เป็นน้ำพุธรรมดาและน้ำพุกำมะถันผสมกัน โดยน้ำพุร้อนธรรมดา คือน้ำพุร้อนอ่อนๆ ส่วนน้ำพุกำมะถันที่ผสมรวมอยู่ด้วย อาจทำให้คนที่ผิวหนังมีอาการแพ้ง่าย ไม่ควรจะลงไปแช่ เพราะอาจทำให้มีอาการแพ้อย่างรุนแรงได้

 

 

เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงอย่างมากของจังหวัดกุมมะ หากลองค้นหา Kusatsu Onsen ใน Google ก็จะพบกับรีวิวจำนวนกว่า 2,253 รายการ ยังไม่นับถึงเรทติ้งที่สูงถึง 4.4 ดาว ที่บ่งบอกถึงความประทับใจของคนที่ได้มาเยือน

น้ำพุร้อนแห่งนี้เป็นน้ำพุร้อนประเภทที่มีกรดซัลเฟตและคลอไรด์ โดยมีคำกล่าวว่าสามารถรักษาได้ทุกโรคยกเว้นโรครัก ซึ่งไม่เกินจริงเลย การแช่น้ำพุร้อนและการดื่มน้ำจากน้ำพุร้อนแห่งนี้สามารถรักษาอาการป่วย เช่น สมานผิวที่อักเสบ รักษาโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด หรือลดอาการการเกิดเบาหวานได้ตามคำบอกเล่าของคนที่เคยไปเยือน

 

ทั้ง 5 แห่งออนเซ็นที่แนะนำไปนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เดินทางสะดวก และยังได้ชมธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าออนเซ็นจากแหล่งธรรมชาติจะมีสารมากมายที่ช่วยบำรุงผิว ร่างกาย หรือรักษาอาการป่วย ก็ไม่ควรที่จะแช่นานหรือแช่บ่อยเกินไป สำคัญที่สุดคือความเหมาะสมและทำตามข้อแนะนำของสถานที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัดค่ะ สล็อตเว็บตรง

พาไปดูสถาปัตยกรรมสุดครีเอทในโตเกียว ผลงานออกแบบของ 5 สถาปนิกดัง

พาไปดูสถาปัตยกรรมสุดครีเอทในโตเกียว ผลงานออกแบบของ 5 สถาปนิกดัง

หากใครเคยมีโอกาสไปเยือนหรือได้เห็นมหานครโตเกียวตามสื่อต่างๆ อาจจะพอนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน ความเจริญ ตึกสูงๆ มีความวุ่นวายและมีผู้คนที่ใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบความสุนทรีย์ของงานศิลปะ กรุงโตเกียวก็มีแหล่งท่องเที่ยวหรือแลนมาร์คมากมายที่เราสามารถไปชื่นชมความสวยงามของศิลปะ งานดีไซน์ และสถาปัตยกรรมได้เช่นกัน

ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักสถาปัตยกรรมสุดครีเอทในโตเกียว ซึ่งได้รับการรังสรรค์โดยสถาปนิกชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันในญี่ปุ่นหรือแม้แต่ในระดับโลกเลยทีเดียว

โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Cathedral)

โบสถ์เซนต์แมรี่ หรือ St. Mary’s Cathedral (東京カテドラル・聖マリア大聖堂) ออกแบบโดยคุณเคนโซ เทนเกะ (丹下 健三) สถาปนิกชื่อดัง การันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาติมากมาย สำหรับผลงานของคุณเทนเกะที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น Hiroshima Peace Memorial Museum และ Yoyogi National Gymnasium เป็นต้น

โบสถ์เซนต์แมรี่นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1964 และถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานศพให้กับคุณเทนเกะซึ่งเสียชีวิตในปี 2005 อีกด้วย ตัวอาคารของโบสถ์ทำด้วยสเตนเลสที่มีความเงา ดีไซน์ภายนอกประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตผสมผสานกับด้านที่มีความเรียบแบนและใส่ความโค้งมันเข้าไป ชวนให้นึกถึงรูปร่างของปีกนก

 

ภายในโบสถ์ถูกออกแบบให้เป็นกำแพงคอนกรีต เมื่อมีแสงลอดผ่านเข้ามาจะเกิดการสะท้อนแลดูสวยงามเลยทีเดียว

 

สถานที่ตั้ง:
Sekiguchi Catholic Church, St. Mary’s Cathedral Tokyo (東京カテドラル聖マリア大聖堂)
3 Chome-16-15 Sekiguchi, Bunkyo City, Tokyo 112-0014, Japan

The National Art Center

The National Art Center (国立新美術館) ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองอย่างรปปงหงิ ดีไซน์ของตัวอาคารจะเน้นเป็นรูปทรงเรขาคณิตและเป็นผนังกระจกเพื่อให้ความรู้สึกเปิดโล่งให้เห็นสภาพแวดล้อมที่คึกคักของย่านรปปงหงิ และสามารถมองเห็นต้นไม้และพื้นที่สีเขียวโดยรอบได้ในเวลาเดียวกัน

 

อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยคุณคิโช คุโรซาวะ (黒川 紀章) ซึ่งเป็นสถาปนิกที่สร้างผลงานไว้มากมายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เช่น Nagakin Capsule Tower ในโตเกียว The Museum of Modert Art ในจังหวัดวะกะยามะ และ Krestovsky Stadium ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เป็นต้น

 

สถานที่ตั้ง:
The National Art Center (国立新美術館)
7 Chome-22-2 Roppongi, Minato City, Tokyo 106-8558, Japan

21_21 Design Sight

21_21 Design Sight ตั้งอยู่ในย่านรปปงหงิ ไม่ไกลจาก The National Art Center ตัวอาคารหลักๆ ทำด้วยแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่เอียงลาดลงมาถึงพื้น ตกแต่งผนังโดยรอบด้วยกระจก เน้นรับแสงธรรมชาติ ทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวของสวนที่อยู่ใกล้เคียง

 

 

อาคารนี้เป็นผลงานการออกแบบของคุณทาดาโอะ อันโด (安藤 忠雄) สถาปนิกเจ้าของรางวัลการันตีความสามารถที่ได้รับจากสถาบันทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ผลงานเด่นที่มีชื่อเสียงของคุณอันโด เช่น Hyogo Prefecture Museum of Art ที่จังหวัดเฮียวโงะ และ Langen Foundation ที่ประเทศเยอรมนี เป็นต้น

 

สถานที่ตั้ง:
21_21 Design Sight
9 Chome−7−6 Toyko Midtown Garden, Minato-ku, Tokyo 107-0052 , Japan

ตึก M2

ตึก M2 หรือ Tokyo Memolead Hall ถือเป็นอาคารที่มีหน้าเป็นเอกลักษณ์และหาได้ยากในญี่ปุ่น เป็นการผสมผสานรูปแบบของเสาโรมันกับโครงสร้างส่วนที่เป็นเหล็ก คอนกรีต และกระจก ทำให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตาจนเรียกได้ว่าใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวหันมามองเลยทีเดียว

 

ตึก M2 นี้ออกแบบโดยคุณเคนโงะ คุมะ (隈 研吾) สถาปนิกที่มีดีกรีเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว ถือว่าเป็นสถาปนิกอีกคนหนึ่งที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้มากมาย เช่น ตึก Asakusa Culture Tourism Center ในโตเกียว และ โรงแรม Garden Terrace ในจังหวัดนางาซากิ เป็นต้น

 

สถานที่ตั้ง:
Tokyo Memolead Hall (東京メモリードホール)
2 Chome−4−27, Kinuta, Setagaya City, Tokyo 157-0073, Japan

ห้องน้ำสาธาณะผนังโปร่งแสง

ห้องน้ำสุดแปลกอย่าง THE TOKYO TOILET เป็นห้องน้ำที่ติดตั้งอยู่ในสวนสาธารณะโยโยหงิในเขตชิบุยะ มีผนังโปรงแสง สามารถมองทะลุได้จากภายนอก แต่เมื่อมีคนเข้าไปในห้องน้ำและล็อคห้อง ผนังจะกลายเป็นทึบแสงทันที นับเป็นนวัตกรรมที่สร้างเสียงฮือฮาและเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากโดยสื่อญี่ปุ่นและสื่อต่างประเทศ

 

ห้องน้ำนี้ออกแบบโดยคุณชิเงรุ บัน (坂 茂) ผู้ได้รับการกล่าวขวัญในฐานะที่เป็นผู้ออกแบบผลงานที่มีความสร้างสรรค์ จนได้รับรางวัล Pritzker Architecture Prize ซึ่งเป็นรางวัลที่เป็นที่ยอมรับสำหรับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (modern architect) ผลงานเด่นของคุณบันที่ได้รับการพูดถึงมาก เช่น Cardboard cathedral ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ทำจากกระดาษแข็ง ไม้และกระจกสีในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นต้น

 

สถานที่ตั้ง:
ห้องน้ำโปร่งแสงในสวยสาธารณะโยโยหงิ
1 Chome-8 Tomigaya, Shibuya City, Tokyo 151-0063, Japan

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับสถาปัตยกรรมสุดรีเอทในโตเกียวที่แนะนำไปในวันนี้ คาดว่าด้วยความสวยงามแปลกตา และเป็นเอกลักษณ์นี้น่าจะถูกใจคนที่สนใจงานดีไซน์รวมทั้งสายถ่ายรูปทั้งหลายแน่นอน หากมีโอกาสได้ไปโตเกียวและอยากไปเที่ยวสถานที่ดีไซน์เก๋ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจ หรืออยากได้ฉากถ่ายรูปสวยๆ ก็อย่าลืมปักหมุดอาคารสุดครีเอทเหล่าไว้ในแผนเที่ยวด้วยนะ    UFABET เว็บตรง

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะสุดหลั่นล้ากับ “มะม่วง” ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย DAY 1

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ

เพื่อน ๆ คนไหนมีแพลนหยุดยาวและกำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ละก็ วันนี้ ANNGLE เอาบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคุณ Kenji หรือ คุณมะม่วง (ชื่อจริง ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ปั่น) ยูทูบเบอร์คนญี่ปุ่นหัวใจไทย เจ้าของเพจ “ญี่ปุ่นมั้ย?い~ぷんまい?” มาฝากกัน ซึ่งคุณ Kenji เคยมาเรียนและทำงานที่ไทยอยู่หลายปี ทำให้เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมไทยอย่างถ่องแท้ แถมพูดภาษาไทยได้คล่องอย่างกับเป็นคนไทยแท้ ๆ เลยทีเดียว ปัจจุบันคุณ Kenji ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับญี่ปุ่นสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยในมุมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว อาหาร การใช้ชีวิต ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของไทยและญี่ปุ่น

บันทึกการเดินทางที่คุณ Kenji เอามาแชร์กันในครั้งนี้เป็นทริปไปท่องเที่ยวจังหวัดนีงาตะและนางาโนะ รวมระยะเวลาทั้งหมด 6 วัน มีทั้งพาไปเล่นสกีสนุก ๆ ทานอาหารอร่อย ๆ ชมวิวทิวทัศน์สวย ๆ แถมพาไปสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองไทยอีกด้วย อีกทั้งยังบอกรายละเอียดการเดินทางอย่างละเอียดยิบ บวกด้วยเคล็ดลับการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าบันทึกการเดินทางนี้เป็นคัมภีร์ทองที่ต้องเก็บไว้ให้ดีทีเดียว

Day 1 เล่นสกีสนุกๆ ที่ GALA Yuzawa กินหม้อไฟจุกๆ ในโดมเอสกิโม แล้วพักเต็มอิ่มที่ออนเซ็น

เล่นสกีที่ GALA Yuzawa

วันนี้มะม่วงออกเดินทางแต่เช้า นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปนีงาตะใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึง ตัวสถานีเชื่อมกับลานสกี GALA Yuzawa โดยตรงเลย คิดว่าน่าจะเป็นลานสกีที่เดียวในโลกที่อยู่เชื่อมกับสถานีรถไฟและสะดวกสบายขนาดนี้

GALA Yuzawa เป็นลานสกีที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนีงาตะ มีคอร์สเล่นสกีและสโนว์บอร์ดตั้งแต่ระดับ Beginner ไปจนถึง Advance นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมฤดูหนาวมากมาย เช่น การขับสโนว์โมบิล เล่นกระดานเลื่อนหิมะ และยังมีลานเล่นหิมะสำหรับเด็กๆ ด้วยนะ ดังนั้นเพื่อนๆ ที่ไม่ถนัดกีฬาก็มาสนุกได้ ไม่ต้องกังวลเลยนะครับ

สำหรับเพื่อนๆ สายสกี/สโนว์บอร์ด ที่นี่เขามีอุปกรณ์สกีให้เช่าครบครัน แถมมีเซ็ตแบบพรีเมียมด้วย ใครอยากเช่าอุปกรณ์แบรนด์ Salomon รุ่นใหม่ล่าสุดของปีนั้นก็มีให้บริการ ราคาอาจจะแรงขึ้นมาสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าสำหรับคนที่เล่นเป็นอยู่แล้วแน่นอน แถมตอนนี้เราสามารถกรอกเอกสารเช่าผ่าน QR Code ได้ด้วย สะดวกสุดๆ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไทยไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะที่นี่มีพนักงานคนไทย และถ้าใครไม่เคยเล่นสกีมาก่อนเค้าก็มีครูสอนให้ด้วย ลานสกีที่ GALA Yuzawa กว้างขวางและมีเส้นทางให้เลือกหลากหลายตามเลเวลของเราเลย เล่นเพลินจนลืมเวลาไปเลยครับ แล้วก็มะม่วงจะบอกความลับอย่างหนึ่งของที่นี่ให้ (เงี่ยหูมาฟังใกล้ ๆ นะครับ) กระเช้าลอยฟ้ามีกระเช้าที่ทาสีเหมือนรถไฟชินคันเซ็นปะปนอยู่ด้วย ใครได้ขึ้นกระเช้าสีพิเศษนี้ละก็โชคดีสุด ๆ ไปเลย

kenjitripd1add-1
kenjitripd1 14
kenjitripd1add-3
kenjitripd1add-2

GALA Yuzawa
พิกัด: 1039-2 Yuzawa, Minamiuonuma, Niigata
การเดินทาง: นั่งโจเอ็ตสึชินคันเซ็นประมาณ 1 ชั่วโมงมาลงที่สถานี GALA Yuzawa
เว็บไซต์: gala.co.jp

กินข้าวหน้าทะเลล้น ๆ ที่ร้าน SENGOKU

เล่นสกีมาเหนื่อย ๆ จะกลับโตเกียวเลยก็เสียดายแย่ อุตส่าห์มาถึงจังหวัดนีงาตะที่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวสวยพันธุ์โคชิฮิคาริแล้ว จะพลาดลิ้มรสอาหารได้ยังไง อีกอย่าง ขอบอกว่าที่นี่อาหารทะเลอร่อยมาก โดยเฉพาะปลาโนโดกุโระที่ทั้งสดใหม่และมีราคาไม่แพง ห้ามพลาดเลยทีเดียว

ขับรถจากลานสกีประมาณ 25 นาที หรือนั่งรถไฟจากสถานี Echigo-Yuzawa 20 นาที (16 นาทีหากนั่งรถไฟ Rapid) ก็จะถึงร้าน SENGOKU ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่เข้าร่วม Majidon Project โปรเจกต์ชูโรงข้าวโคชิฮิคาริของท้องถิ่นมินามิอุโอะนุมะ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวได้อร่อยสุด ๆ ในจังหวัดนีงาตะ ร้านอาหารที่เข้าร่วมโปรเจกต์นี้นำข้าวโคชิฮิคาริมาทำเป็นข้าวหน้าต่าง ๆ เสริมความอร่อยด้วยวัตถุดิบล้ำเลิศประจำท้องถิ่น อย่างร้าน SENGOKU ที่มะม่วงแวะมาทานอาหารในครั้งนี้ก็ได้นำมาจับคู่กับวัตถุดิบสด ๆ จากทะเล รวมถึงปลาโนโดกุโระแสนอร่อยที่หากินยากอีกด้วย ข้าวหน้าต่าง ๆ ภายใต้ Majidon Project นี้จะเปลี่ยนไปทุกปี มะม่วงขอแนะนำให้เพื่อน ๆ มาลองชิมกันให้ได้นะครับ

เว็บไซต์ของ Majidon Project: https://majidon.jp/

ร้าน SENGOKU (魚沼炉端焼き 鮮極)
พิกัด: 105-4 Muikamachi, Minamiuonuma, Niigata
การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี Echigo-Yuzawa ใช้เวลา 20 นาที (16 นาทีหากนั่งรถไฟ Rapid) มาลงสถานี Muikamachi (Joetsu Line) จากนั้นเดิน 2 นาทีถึง
เว็บไซต์ (Facebook): 魚沼炉端焼き 鮮極

กินหม้อไฟในโดมเอสกิโมที่ Kamakura no Sato

ขับรถออกจากร้าน SENGOKU มาประมาณชั่วโมงครึ่งก็จะถึง Kamakura no Sato คำว่า Kamakura แปลว่า โดมเอสกิโม ส่วน Sato แปลว่า หมู่บ้าน แปลรวม ๆ ได้ว่าหมู่บ้านแห่งโดมเอสกิโม นี่คือหนึ่งในเทศกาลประจำฤดูหนาวที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยจะมีการก่อหิมะเป็นกระท่อมขนาดย่อมๆ แล้วเจาะรูเพื่อให้สามารถเข้าไปข้างในได้ คล้ายๆ กับโดมของขาวเอสกิโมนั่นเอง ในเวลากลางคืนจะมีการจุดเทียนในกระท่อม ทำให้ได้บรรยากาศที่สวยงามแปลกตา ราวกับอยู่ในโลกเวทมนตร์เลยทีเดียว

มะม่วงมาทำอะไรที่นี่นะหรอครับ มะม่วงมานั่งกินหม้อไฟกับมันเผาในโดมเอสกิโม บรรยากาศพิเศษแบบนี้มีเฉพาะช่วงหน้าหนาวเท่านั้นนะครับ อีกอย่าง ถ้าใครจะมาวันหยุด แนะนำว่าควรจะจองมาก่อนเพราะว่าคนเยอะมาก ๆ แล้วก็อย่าลืมพกถุงร้อนมาด้วย เพราะนั่ง ๆ ไปเท้าจะเย็นมาก จะได้เอาถุงร้อนใส่ไว้ในถุงเท้าได้นะครับ

Kamakura no Sato (かまくらの里)
พิกัด: Kotobuki, Iiyama, Nagano
การเดินทาง: นั่งแท็กซี่จากสถานี JR Iiyama (Hokuriku Shinkansen Line) ใช้เวลา 15 นาที
เว็บไซต์: www.iiyama-ouendan.net (ภาษาอังกฤษ)

พักผ่อนที่เรียวกัง Kokuya Shibu Onsen

 

เดินทางต่อมาที่ย่านชิบุออนเซ็น ในเมืองยามาโนะอุจิ ทางตอนเหนือของจังหวัดนากาโนะ ที่นี่มีเรียวกังและร้านรวงมากมายให้เดินเล่นชมบรรยากาศญี่ปุ่นเก่า ๆ กัน มะม่วงแวะมาผ่อนคลายให้หายเหนื่อยที่เรียวกัง Kokuya Shibu Onsen

ออนเซ็นของที่นี่เป็นแบบส่วนตัวทั้งหมด สามารถใช้ได้รอบละ 45 นาทีเต็ม แต่มะม่วงจะบอกเคล็ดลับให้ว่า ถ้าใครจองหลังสามทุ่มครึ่งจะใช้ได้ยาว ๆ กี่ชั่วโมงก็ได้เลย (เหยียบเอาไว้ อย่าไปบอกใครต่อนะครับ) แถมข้างนอกเรียวกังยังมีออนเซ็นแบบส่วนตัวอีกตั้ง 9 แห่ง เลือกแช่ได้ตามสบาย เท่านั้นไม่พอ ออนเซ็นที่นี่เค้าจะหมุนเวียนสลับบ่อสำหรับผู้ชายและผู้หญิงทุกวัน ทำให้เราสามารถแช่ได้ทุกบ่อที่มีให้บริการในเรียวกังแห่งนี้เลย

ความพิเศษอีกอย่างที่ชอบมาก ๆ ก็คือที่เรียวกังมีตุ๊กตุ๊กจอดอยู่ด้วย รู้สึกเหมือนได้กลับไปเมืองไทยเลย เรียวกังที่นี่เขามีพนักงานคนไทยด้วยนะครับ เพื่อน ๆ หมดกังวลเรื่องกำแพงภาษาไปได้เลย

เรียวกัง Kokuya Shibu Onsen
พิกัด: 2200 Hirao, Yamanochi, Shimotakai District, Nagano
การเดินทาง: ติดต่อเรียวกังเพื่อนั่งรถบัสฟรีจากสถานี Yudanaka (Nagano Line) ได้ตั้งแต่เวลา 15:00 เป็นต้นไป
เว็บไซต์: www.ichizaemon.com (ภาษาไทย)

จบไปแล้วกับ Day 1 ให้คุณมะม่วงไปพักผ่อนกันก่อน แล้ว Day 2 จะพาไปไหนกันบ้าง อย่าพลาดติดตามในบทความต่อไป

หากใครอยากรู้จักคุณมะม่วงให้มากขึ้น ติดตามได้ตามช่องทางดังนี้  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย